บทนำ
บท 1
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้ไม่อ้างอิงประวัติศาสตร์ชาติใด
ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง
นักเขียนเน้นเพียงความรักระหว่างพระเอก-นางเอก
ไร้เนื้อหาหนักหน่วงการศึกสงคราม
ปราศจากการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในราชสำนัก
ไม่มีปมการเมืองชวนปวดหัว
มีเพียงแค่รักเดียวใจเดียวไม่เหลียวแลผู้ใด
ขอให้ทุกท่านมีความสุขและสนุกกับจินตนาการค่ะ
หลี่หง
ปฐมบท
หลิวไท่หยางนายน้อยทายาทผู้สืบทอดแห่งจวนหลิว คหบดีใหญ่หนึ่งในตระกูลเปี่ยมอำนาจและทรงอิทธิพลที่สุดของแคว้นเยี่ยน เขาผู้ซึ่งมีรักปักใจกับนางมารแห่งค่ายโจรจันทราแดงถึงขั้นสร้างตัวตนอีกคนเพื่อแฝงอยู่ในยุทธภพ กระทั่งสร้างฐานะเป็นถึงประมุขแห่งสำนักตะวันเดือด หมายพิชิตใจนาง
ทว่าหญิงในดวงใจผู้นั้นกลับไม่เห็นค่า ขยี้ความรู้สึกของเขาอย่างมิให้ราคา สะบั้นรักไม่ไยดี รักแท้จึงเปลี่ยนเป็นความชิงชัง
เขาแค้นนางแทบคลั่ง กระทั่งถอนตัวจากยุทธภพหันหลังให้อดีตอันขื่นขมโดยการยุบสำนักตะวันเดือด พาสมุนกลับเข้าเมือง ลืมทุกเรื่องที่เกี่ยวกับนางเสมือนไม่เคยเกิดขึ้น
แต่แล้วคล้ายสวรรค์มีตาเปี่ยมปรานี เมื่อชายหนุ่มหันกลับมาสนใจเพียงตำแหน่งทายาทผู้สืบทอดผู้นำวาณิชย์ มีตำแหน่งเป็นนายน้อยหลิวแห่งจวนคหบดีอันยิ่งใหญ่ นางผู้นี้กลับกลายมาเป็นแค่ทาสสาวตัวน้อยในคฤหาสน์
นางปรากฏกายพร้อมความทรงจำที่เลือนหาย จำมิได้ด้วยซ้ำว่าเคยทำร้ายจิตใจเขาให้เจ็บช้ำปานใด
เช่นนี้...เขาควรขยี้นางให้แหลกคามือหรือประคองนางไว้ในอุ้งมือดีเล่า?
เกริ่นนำ
ช่างเป็นเรื่องที่น่าสลดหดหู่อย่างมาก หากไม่รู้ว่าตนเองหลับไปนานเท่าใด
ทั้งยังตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำที่เลือนหายไป
ทุกอย่างว่างเปล่า นางเป็นใคร? มาจากไหน?
ทุกคำถามไร้ซึ่งคำตอบ
ไม่มีใครบอกนางได้ แม้แต่ตัวนางเอง...
หญิงสาวลุกขึ้นนั่งพลางก้มมองเตียงไม้แข็งเย็นและเงยมองห้องเก่าคร่ำในเรือนตน จากนั้นก็ก้มหน้าลงอีกคราสำรวจตัวเองโดยละเอียด ผิวเนื้อมีริ้วรอยบาดแผลเจือจาง
นางหยิบเสื้อคลุมเนื้อหยาบคลุมทับชุดสีขมุกขมัวแล้วลุกจากเตียงด้วยสภาพเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง กระทั่งต้องลอยเคว้งไร้ทิศทาง
หลายครั้งยังรู้สึกคล้ายจมดิ่งกับตัวตนอันแท้จริงที่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกของตัวเองจนปวดหัวไปหมด
ท้ายที่สุด หญิงสาวก็ทำได้เพียงหยุดคิด
ชีวิตน้อยๆ ของนางจำต้องเดินหน้าบนความทรงจำอันเป็นปริศนาเท่านั้น!
ตอนที่ 1
พานพบอีกครากับความทรงจำที่เลือนหาย
คฤหาสน์หลิวซิงตั้งตระหง่านกลางเมืองหนิงโจว
ลานตากผ้าของโรงซักล้างประจำคฤหาสน์ แสงแดดลอดผ่านช่องใบไม้ ส่องกระทบเสี้ยวหน้าพิสุทธิ์เนียนลออของสตรีนางน้อยผู้หนึ่ง เผยความงามเย็นเยียบคล้ายบุปผาแห่งรัตติกาล
ริมลำธารสายเล็กสำหรับซักผ้า หญิงสาวยืนโงนเงนแหงนหน้ามองแสงตะวันอย่างเหม่อลอย
เพราะยังจำอะไรมิได้ และยังไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าตนเองเป็นใครกันแน่ นางจึงถูกเรียกว่าหนี่เอ๋อร์
ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่นางมิได้เอ่ยปากกับใคร นางมีปานแดงรูปจันทร์เสี้ยวที่เนินอกข้างซ้าย และนั่นทำให้นางรู้สึกว่าบางที นามแท้จริงของตัวเองอาจมีคำว่าเยว่รวมอยู่
เยว่...
ตามด้วยคำว่าอะไรกันแน่?
หญิงสาวขบคิดจนปวดหัวก็ยังมิได้คำตอบเช่นเดิม นางรู้แค่ว่าตนเองเป็นทาสที่ถูกซื้อตัวมาเมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากได้กินและนอนจนมีเรี่ยวแรงขึ้นมาก็ถูกสั่งให้อยู่ประจำในโรงซักล้างแห่งนี้
นางมีหน้าที่ซักเสื้อผ้าให้บ่าวขั้นหนึ่งถึงขั้นสาม ส่วนเสื้อผ้าของเจ้านายจะมีบ่าวระดับสูงของโรงซักล้างเป็นผู้ดูแลอย่างดีไม่มีทางลงมาถึงมือบ่าวรับใช้ระดับล่างเช่นนาง
“นังทาสชั้นต่ำ กล้าอู้งานรึ?”
เสียงขู่คำรามดังมาแต่ไกล ม่านเหนียงผู้ตั้งตนเป็นคนคุมกฎแห่งโรงซักล้างโดยพลการยังคงเดินตรวจตราและด่าทอไปทั่ว เบ่งบารมีเหมือนทุกวัน
“อยากลองดีกับข้าใช่หรือไม่?” ม่านเหนียงตวาดลั่น
ซิงเยว่...จู่ๆ นามนี้ก็ปรากฏเข้ามาในห้วงความคิด สาวน้อยผู้มีความจำสูญหายให้นึกประหลาดใจไม่เบา
ซิงเยว่หรือ? ข้าชอบนามนี้
ระหว่างยกยิ้มบาง แผ่นหลังนางพลันถูกแส้หวด ความเจ็บแปลบสายหนึ่งพลุ่งพรวด เป็นฝีมือของม่านเหนียง
“นังทาสชั้นต่ำ! ไม่ได้ยินที่ข้าพูดรึ?”
ม่านเหนียงยกมือเหวี่ยงแส้หมายตีซิงเยว่อีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มิรู้ว่าเป็นเพราะสัญชาตญาณหรืออะไร ฝ่ามือเล็กของซิงเยว่กลับว่องไว นางจับแส้เอาไว้ได้อย่างแม่นยำ ดวงตาหงส์ที่จ้องมองระอุเดือดดุจเปลวเพลิง
อาจเป็นเพราะเคยตรากตรำทำงานหนักมาก่อน เรี่ยวแรงจึงมีมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า สาวน้อยกระตุกมือดึงทั้งแส้ทั้งคนมาใกล้ ยกฝ่ามืออีกข้างขึ้นตบหน้ากลมแป้นของม่านเหนียงอย่างแรง
เสียงเพียะเกิดขึ้นดังลั่น สะเทือนม่านตาม่านเหนียง ก่อนสาบเสื้อตรงลำคอของม่านเหนียงจะถูกจับกระชาก
ตู้ม! หัวของม่านเหนียงถูกกดลงจนทิ่มม่านน้ำ
เสียงน้ำแตกกระจายซ่านเซ็นดังสนั่น
ม่านเหนียงเป็นสตรีร่างใหญ่ตัวหนาและแรงเยอะ นางใช้พละกำลังที่มีเบ่งบารมีไปทั่ว แต่จวนตัวเข้าจริงกลับไม่อาจรักษาฐานที่มั่นไว้ได้
สองเท้าของม่านเหนียงลอยลิ่วชี้ฟ้า หัวคะมำจมดิ่งลงในน้ำ ทั้งรวดเร็วและรวบรัด ไม่เปิดโอกาสให้คนหลบหลีก ร่างกายของซิงเยว่รวดเร็วกว่าความคิด
โดยไม่รู้ตัวและไม่ทันที่ม่านเหนียงจะตั้งสติพลิกตัวโผล่หัวขึ้นมา ซิงเยว่เอื้อมมือกดหัวม่านเหนียงมุดน้ำลงไปอีก แช่ค้างอยู่เช่นนั้น
บทล่าสุด
#110 บทที่ 110 ตอนพิเศษ 6 ชีวิตหลังแต่งงาน สราญสุข (จบบริบูรณ์)
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026#109 บทที่ 109 ตอนพิเศษ 6 ชีวิตหลังแต่งงาน สราญสุข 2
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026#108 บทที่ 108 ตอนพิเศษ 6 ชีวิตหลังแต่งงาน สราญสุข 1
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026#107 บทที่ 107 ตอนพิเศษ 5 ทนไม่ไหว 2
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026#106 บทที่ 106 ตอนพิเศษ 5 ทนไม่ไหว 1
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026#105 บทที่ 105 ตอนพิเศษ 4 ภรรยาแสนดี สามีที่รัก 2
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026#104 บทที่ 104 ตอนพิเศษ 4 ภรรยาแสนดี สามีที่รัก 1
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026#103 บทที่ 103 ตอนพิเศษ 3 ไม่น่ารอด
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026#102 บทที่ 102 ตอนพิเศษ 2 แรกพบพาน โม่ซิงเยว่ หลิวไท่หยาง 2
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026#101 บทที่ 101 ตอนพิเศษ 2 แรกพบพาน โม่ซิงเยว่ หลิวไท่หยาง 1
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026
คุณอาจชอบ 😍
วิศวะร้ายพ่ายรักยัยตัวป่วน
เด็กเนิร์ด - มาเฟียกับเมียเด็กแว่น
แต่ใครจะไปรู้ภายใต้เด็กหนุ่มใส่แว่นถ้าเป็นผู้ชายที่ทั้งหุ่นดีและเซ็กซ์จัด
"ปากดีนัก ทีนี้จะกล้าล้อฉันว่าเป็นเด็กเนิร์ดอีกมั้ย หื้มม...."
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”
ภรรยาลับของคุณหมอปัณ
นภัสสรยอมแลกศักดิ์ศรีเพื่อชีวิตแม่
ขณะที่หมอปัณ… ผู้ชายเย็นชาที่ไม่เชื่อในความดีของใคร กลับลงโทษเธอจากความเข้าใจผิดในคืนหนึ่งที่เปลี่ยนชะตาไปตลอดกาล
เขาเรียกเธอว่า... ผู้หญิงหน้าเงิน แต่กลับกักขังเธอไว้ข้างกายด้วยเงินและความปรารถนา
เมื่ออดีต ความลับ และเด็กในท้องปรากฏขึ้น ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อ… จะกลายเป็นความรัก หรือพันธะที่ไม่มีวันหลุดพ้น
นิยายดรามาร้อนแรง จากความแค้น สู่รักที่เจ็บที่สุด
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
ภรรยา(เก่า)ของมาเฟีย - เมีย (น้อย) ของมาเฟีย
"ไง ไม่ได้เจอกันหลายปี" เสียงทักทายแสนเย็นชานั้นทำเอาเธอยืนขาแข็งไปหมด
"ทำไมถึงจับฉันมาล่ะ"
"ไม่รู้สินะ ก็แค่มีเรื่อง...อยากเคลียร์นิดหน่อย"













